การจัดการความรู้ ฉบับมือใหม่หัดขับ

                     การจัดการความรู้ฉบับมือใหม่หัดขับ  เป็นหนังสือที่แนะนำการจัดการความรู้ที่เน้นการปฏิบัติ  ไม่ใช่เน้นที่ทฤษฎี  นับว่าเป็นหนังสือที่ให้ทั้งแนวความคิด  แทรกด้วยขั้นตอนหรือกระบวนการจัดการความรู้  อ่านแล้วได้ทั้งความเพลิดเพลินและความรู้ไปพร้อมๆกัน  โดยกล่าวถึงความหมายของประเภทความรู้ว่าความรู้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท  ก็คือ ประเภทแรกเรียกว่าเป็น Explicit  Knowledge  คือเป็นความรู้ที่เห็นได้ชัด  อาจจะอยู่ในรูปของเอกสาร  หนังสือ  ตำรับตำรา  คู่มือปฏิบัติงานหรือในไฟล์คอมพิวเตอร์  เป็นความรู้ในรูปแบบที่สามารถแสดงตัวออกมาได้อย่างชัดเจน  ส่วนความรู้อีกประเภทหนึ่ง  เป็นความรู้ที่แฝงอยู่ในตัวคน  เรียกว่า  Implicit  Knowledge  คือเป็นความรู้สึกที่ฝังลึก  ดึงออกมาค่อนข้างยาก  กว่าจะอธิบายได้ต้องใช้เวลาค่อยๆเรียบเรียงออกมาเป็น Explicit  Knowledge                    

                   หนังสือเล่มนี้ได้ให้ความหมายของการจัดการความรู้ว่าเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยการเรียนรู้ผ่านการกระทำ  ซึ่งเน้นให้เห็นว่า  การจัดการความรู้…ไม่ทำไม่รู้  และยังเป็นเครื่องมือที่ทำให้เป้าหมายของการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้เป็นจริงขึ้นมาได้อีก                  

                 นอกจากนี้  ยังมีส่วนที่ดีตรงที่มีการยกตัวอย่างหรือเปรียบเทียบการจัดการความรู้เป็นดังโมเดลปลาทูเพื่อให้เราเข้าใจและเห็นภาพมากยิ่งขึ้น นั่นก็คือมี 3 ส่วน คือ  ส่วนหัว  ส่วนตัว  และส่วนหาง  ส่วนหัวปลาเป็นส่วนที่เรียกว่า KV (Knowledge  Vision)  หมายถึงส่วนที่เป็นวิสัยทัศน์  หรือเป็นทิศทางของการจัดการความรู้  ส่วนที่ 2 เป็นส่วนกลางตัวปลา  ที่เรียกว่า  KS (Knowledge  Sharing)  ซึ่งเป็นส่วนที่เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  ช่วยเหลือ  เกื้อกูลซึ่งกันและกัน  ส่วนที่ 3 คือส่วนหางปลา  ที่เรียกว่า  KA (Knowledge  Assets)  หมายถึงตัวเนื้อความรู้ที่เก็บสะสมไว้เป็น คลังความรู้ หรือ ขุมความรู้  ซึ่งส่วนนี้เป็นส่วนที่สำคัญก็คือ  เป็นส่วนที่เทคโนโลยีการสื่อสารและสารสนเทศ (ICT)เข้ามามีส่วนช่วยได้ค่อนข้าง มาก  หากปราศจากการใช้ ICT ที่เหมาะสมแล้ว  คลังความรู้ที่สร้างขึ้นมาคงจะลดคุณค่าไปไม่น้อยเลย  ICT นอกจากจะมีบทบาทในเรื่องการจัดการคลังความรู้แล้ว  ยังใช้เป็นเครื่องมือส่งเสริมให้เกิดเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ทรงพลังอย่างยิ่งโดยเฉพาะเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต

                ตัวอย่างกรณีศึกษาในการประยุกต์ใช้การจัดการความรู้ของชุมชนแพรกหนามแดง  อ.อัมพวา  จ.สมุทรสงคราม  ก็คือ  มีความขัดแย้งระหว่างคน 2 ฝั่ง  เพราะอาชีพของฝ่ายหนึ่งสร้างความเสียหายให้กับอีกฝ่ายหนึ่ง ก็คือฝ่ายน้ำจืดและฝ่ายน้ำเค็ม  จึงได้มีการรวบรวมแกนนำทั้ง 2 ฝ่ายฝ่ายละ 8 ท่านเพื่อศึกษาปัญหา  เก็บข้อมูล  ศึกษาภูมิปัญญาการจัดการในอดีตจากผู้เม่าผู้แก่  สำรวจความต้องการ  และระดมความคิดกันเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น  ซึ่งนอกจากจะประสบผลสำเร็จแล้ว  ยังเป็นการสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการน้ำและการออกแบบประตูน้ำอีกด้วย

               ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ถือได้ว่าเป็นคนที่มีความน่าเชื่อถือ  เพราะเคยมีประสบการณ์ในการทำงานมามากมายรวมถึงงานบริการด้านสังคม  เคยเป็นที่ปรึกษาพัฒนาระบบคุณภาพ  และพัฒนาองค์กรให้กับหลายหน่วยงาน  มีผลงานออกมาหลายเล่ม  เช่น  บริหารงานอย่างไรในยุคโลกาภิวัตน์  คู่มือ ISO 9000 สำหรับธุรกิจบริการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)”  และหนังสือเล่มนี้ 

               การเรียนรู้ที่ดี  ต้องมาจากใจที่เปิดกว้าง  เป็นใจที่ ว่าง ว่างพอที่จะพร้อมรับสิ่งใหม่ๆที่จะหลั่งไหลเข้ามา  อีกทั้งยังต้องเป็นจิตใจที่ไม่ ยึดติดอยู่กับสิ่งเดิมๆเรียกได้ว่าต้องเป็นผู้ที่พร้อมจะ ลอกทิ้ง สิ่งเก่าได้ตลอดเวลา  มีความสามารถ  มีทักษะที่จะ “unlearn” สิ่งเดิมที่มีอยู่ด้วย  ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นความเข้าใจ  ความเชื่อเดิมๆหรือแม้แต่ความรู้เดิมที่มีอยู่ก็ตาม  ไม่มีอะไรที่จะอันตรายหรือร้ายแรงเท่ากับการเรียนรู้ด้วยหัวใจที่ คับแคบ  ไม่ยอมรับสิ่งใหม่ๆปฏิเสธทุกสิ่งทุกอย่างที่ไม่ตรงกับความเชื่อ  หรือทฤษฎีเดิมที่มีอยู่

*****************************

ประพนธ์  ผาสุขยืด. การจัดการความรู้  ฉบับมือใหม่หัดขับ. กรุงเทพฯ:
              ใยไหม,
2547.

นางสาวศิริวรรณ โชยา
รหัสนักศึกษา 0548413

กลับหน้าหลัก                    รายชื่อผู้จัดทำ

Advertisements
%d bloggers like this: